ทำไมคนแชร์คอนเทนต์ที่บอกความรู้สึกเขาได้พอดี

คอนเท้นต์ความรู้สึก

หลายครั้งคนแชร์คอนเทนต์ ไม่ใช่เพราะมันให้ข้อมูลใหม่ครับ แต่เพราะมัน “พูดแทนใจ” เขาได้พอดี จนเขารู้สึกว่าไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่ม แค่กดแชร์ก็เหมือนบอกคนอื่นว่า “ฉันเป็นแบบนี้” หรือ “ฉันกำลังรู้สึกแบบนี้อยู่” นี่คือเหตุผลที่คอนเทนต์บางชิ้นสั้นมาก แต่กระจายเร็วมาก เพราะมันไม่ได้ชนะด้วยความรู้ แต่ชนะด้วยความรู้สึกร่วมครับ

แชร์คือการสื่อสารตัวตน แบบที่ไม่ต้องพูดเอง

คนส่วนใหญ่ไม่ได้อยากออกมาพูดเยอะครับ แต่เขาอยากให้คนรอบตัวเข้าใจเขา คอนเทนต์ที่บอกความรู้สึกได้พอดีทำหน้าที่เหมือน “ประโยคสำเร็จรูป” ที่พูดแทนเขาได้ เช่น ความเหนื่อยที่ไม่รู้จะอธิบายยังไง ความสับสนที่พูดแล้วกลัวคนไม่เข้าใจ หรือความรู้สึกผิดที่แบกอยู่เงียบ ๆ พอเจอประโยคที่ตรง เขาแชร์เพื่อสื่อสารตัวตนและสภาพใจ โดยไม่ต้องเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดครับ

คอนเทนต์ที่ตรงความรู้สึก ช่วยให้คนรู้สึกว่า “ฉันไม่ได้อยู่คนเดียว”

มนุษย์ต้องการการยอมรับครับ โดยเฉพาะความรู้สึกที่พูดกับใครยาก เช่น ท้อ เหนื่อย เบื่อ กลัวผิดพลาด หรือไม่มั่นใจในตัวเอง พอมีคอนเทนต์ที่พูดมันออกมาได้พอดี คนจะรู้สึกโล่งทันทีว่า “มีคนเข้าใจ” และเมื่อรู้สึกว่าไม่โดดเดี่ยว เขาจะอยากส่งต่อให้คนอื่นที่อาจกำลังเป็นเหมือนกัน นี่คือแรงแชร์ที่ไม่ได้เกิดจากเหตุผลล้วน ๆ แต่เกิดจากความผูกพันครับ

ความพอดีคือไม่ดราม่าเกิน และไม่สอนเกิน

ถ้าคอนเทนต์ดราม่าหนักเกินไป คนบางส่วนจะกลัวภาพลักษณ์ของตัวเองครับ กลัวแชร์แล้วคนมองว่าอ่อนแอ หรือเรียกร้องความสนใจ แต่ถ้ามันสอนเกินไป มันจะดูเหมือนเทศนา คนก็ไม่อยากแชร์ เพราะรู้สึกเหมือนกำลังสั่งคนอื่น ความพอดีคือพูดความจริงแบบเรียบ ๆ ตรง ๆ ไม่อวย ไม่ตัดสิน และไม่ยัดคำแนะนำเกินจำเป็น ให้ความรู้สึกมาเป็นอันดับแรก แล้วค่อยทิ้งมุมคิดเล็ก ๆ พอครับ

ทำไมคอนเทนต์แบบนี้ถึงกระจายไวบนโซเชียล

เพราะมันทำให้เกิด “ปฏิกิริยาเร็ว” ครับ คนอ่านปุ๊บรู้สึกปั๊บ ไม่ต้องคิดนาน ยิ่งถ้าประโยคเปิดโดน และภาษาเหมือนที่เขาพูดในหัวอยู่แล้ว เขาจะยิ่งอยากแชร์เร็ว โซเชียลเองก็ชอบคอนเทนต์ที่ทำให้คนหยุดอ่าน คอมเมนต์ และแชร์ เพราะมันเป็นสัญญาณว่ามีความหมายกับคนจริง ๆ พอคนแชร์มากขึ้น คอนเทนต์ก็ยิ่งไปไกลขึ้นแบบทวีคูณครับ

คนแชร์คอนเทนต์ที่บอกความรู้สึกเขาได้พอดี เพราะมันช่วยสื่อสารตัวตนโดยไม่ต้องอธิบายเอง ทำให้รู้สึกว่าไม่ได้อยู่คนเดียว และให้ความจริงที่ไม่ดราม่าเกิน ไม่สอนเกิน ความพอดีแบบนี้ทำให้คนอ่านแล้ว “เออ ใช่” ทันที และอยากส่งต่อให้คนอื่นที่อาจกำลังรู้สึกแบบเดียวกัน เมื่อคอนเทนต์กลายเป็นภาษาของความรู้สึกร่วม มันจึงกระจายเร็วและมีพลังมากกว่าคอนเทนต์ที่ให้ข้อมูลอย่างเดียวครับ